วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560

อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง (ความเป็นมา)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง

 อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง
แนวคิด
           อิเหนา เป็นวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องของบทละครลำ เพราะเป็นหนังสือซึ่งแต่งดีทั้งกลอน ทั้งความ และทั้งกระบวนการที่ตะเล่นละครประกอบการ และยังเป็นหนังสือที่ดี ในทางที่ตะศึกษาประเพณีไทยสมัยโบราณ  แม้บทละครเรื่องอิเหนาจะมีเค้าโครงมาจากนิทานพื้นเมืองของชาวชวา  เอกสารที่เกี่ยวข้องมีดังนี้
  ๒.๑ ความเป็นมา
  ๒.๒ ประวัติผู้แต่ง
  ๒.๓ ลักษณะคำประพันธ์
   ๒.๔ เรื่องย่อ
  ๒.๕ เนื้อเรื่อง
   ๒.๖ คำศัพท์
   ๒.๗ บทวิเคราะห์

ความเป็นมา
           อิเหนา เป็นวรรณคดีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งชาวชวาได้แต่งขึ้นเอเฉลิมพระเกียรติแด่พระมหากษัตริย์ ชวาพระองค์นี้ทรงนำความเจริญให้แก่ชาวชวา ซึ่งพระองค์เป็นทั้งนักรบ นักปกครอง และพระองค์ทรงมี พระราชธิดา ๑ พระองค์ และพระราชโอรส ๒ พระองค์ เมื่อพระราชธิดาของพระองค์ได้ทรงเสด็จออกผนวช จึงได้แบ่งราชอาณาจักรเป็น ๒ ส่วน คือกุเรปัน และ ดาหา
        ต่อมาท้าวกุเรปันได้ทรงมีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง และท้าวดาหาทรงมีพระราชธิดาพระองค์หนึ่ง ซึ่งทั้งสองพระองค์มีพระนามว่า อิเหนาและบุษบา เมื่อเจริญพระชันษา อดีตพระราชธิดาของกษัตริย์พระองค์เดิมที่เสด็จออกผนวช จึงมีพระดำริให้อิเหนาและบุษบาอภิเษกกัน เพื่อให้กุเรปันและดาหากลับมารวมกันเป็นราชอาณาจักรเดียวกันดั่งเดิม
       เนื่องจากนิทานอิเหนาเป็นเรื่องราวที่ได้รับความนิยมจากชาวชวาเป็นอย่างมาก เนื้อเรื่องจึงปรากฏเป็นหลายสำนวน และเมื่อได้เข้ามาสู่ประเทศไทย มีคำกล่าวสืบเนื่องกันมาว่าพระราชิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศกับเจ้าฟ้าสังวาล  คือ  เจ้าฟ้ากุณฑลและเจ้าฟ้ามงกุฎได้ฟังนิทานอิเหนาจากนางกำนัลชาวมลายูที่ได้มาจากเมืองปัตตานี พระราชธิดาทั้งสองพระองค์จึงมีพระราชธิดาจึงมีพระราชนิพนธ์ขึ้นนิทานเรื่องนี้ขึ้น เจ้าฟ้ากุณฑลทรงนิพนธ์บทละครเรื่องของดาหลัง ส่วนเจ้าฟ้ามงกุฎทรงนิพนธ์เป็นละครเรื่อง  อิเหนา  แต่คนทั่วไปมักเรียกบทพระราชนิพนธ์ของทั้งสองพระองค์นี้ว่า อิเหนาใหญ่ และอิเหนาเล็ก  นิทานปันหยีของไทยจึงมี ๒ สำนวนแต่นั้นมา
       สมัยรัตนโกสินทร์  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชก็ทรงพระราชนิพนธ์บทละคร อิเหนา ขึ้น โดยยังคงเค้าโครงเรื่องเดิม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้พระราชนิพนธ์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เนื่องจาก เนื้อความเข้ากันไม่สนิทกับบทเมื่อครั้งกรุงเก่าและนำมาเล่นละครได้ไม่เหมิจึงทรงพระราชนิพนธ์ใหม่ให้สั้นและสอดคล้องกับท่ารำโดยรักษากระบวนการเดิม แล้วพระราชทานให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิทักษ์มนตรีซึ่งเชี่ยวชาญในการละคร ได้นำไปประกอบท่ารำและฝึกซ้อมจนเห็นสมควรว่าดี แล้วจึงรำถวายให้ทอดพระเนตรเพื่อให้มีพระบรมราชวินิจฉัยอีครั้งเป็นอันเสร็จ


ลักษณะคำประพันธ์

คำนมัสการพระพุทธคุณ
   อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
                                             องค์ใดพระสัมพุทธ              สุวิสุทธะสันดาน
                                             ตัดมูลกิเลสมาร                   บ่มิหม่นมิหมองมัว
                                             หนึ่งในพระทัยท่าน             ก็เบิกบานคือดอกบัว
                                             ราคีบ่พันพัว                         สุวคนธะกำจร
                                             องค์ใดประกอบด้วย            พระกรุณาดังสาคร
                                             โปรดหมู่ประชากร              มละโอฆะกันดาร
                                             ชี้ทางบรรเทาทุกข์                และชี้สุขเกษมสานต์
                                             ชี้ทางพระนฤพาน                อันพ้นโศกวิโยคภัย
                                            พร้อมเบญจพิธจัก-              ษุจรัสวิมลใส
                                             เห็นเหตุที่ใกล้ไกล               ก็เจนจบประจักษ์จริง
                                            กำจัดน้ำใจหยาบ                 สันดานบาปแห่งชายหญิง
                                            สัตว์โลกได้พึ่งพิง                มละบาปบำเพ็ญบุญ
                                            ลูกขอประณตน้อม              ศิรเกล้าบังคมคุณ
                                            สัมพุทธการุญ-                    ยภาพนั้นนิรันดร ฯ

คำนมัสการพระธรรมคุณ
กาพย์ฉบัง ๑๖


                 ธรรมะคือคุณากร

ส่วนชอบสาธร

ดุจดวงประทีปชัชวาล

            แห่งองค์พระศาสดาจารย์ 

ส่องสัตว์สันดาน

สว่างกระจ่างใจมล

            ธรรมใดนับโดยมรรคผล 

เป็นแปดพึงยล

และเก้านับทั้งนฤพาน

            สมญาโลกอุดรพิสดาร 

อันลึกโอฬาร

พิสุทธิ์พิเศษสุกใส

            อีกธรรมต้นทางครรไล

นามขนานขานไข

ปฏิบัติปริยัติเป็นสอง

            คือทางดำเนินดุจครอง

ให้ล่วงลุปอง

ยังโลกอุดรโดยตรง

            ข้าขอโอนอ่อนอุตมงค์ 

นบธรรมจำนง

ด้วยจิตและกายวาจาฯ 
คำนมัสการพระสังฆคุณ
กาพย์ฉบัง ๑๖


สงฆ์ใดสาวกศาสดา

รับปฏิบัติมา

แต่องค์สมเด็จภควันต์

เห็นแจ้งจตุสัจเสร็จบรร-

ลุทางที่อัน

ระงับและดับทุกข์ภัย

โดยเสด็จพระผู้ตรัสไตร

ปัญญาผ่องใส

สะอาดและปราศมัวหมอง

เหินห่างทางข้าศึกปอง

บ มิลำพอง

ด้วยกายและวาจาใจ

เป็นเนื้อนาบุญอันไพ-

ศาลแด่โลกัย

และเกิดพิบูลย์พูนผล

สมญาเอารสทศพล

มีคุณอนนต์

อเนกจะนับเหลือตรา

ข้าฯ ขอนบหมู่พระศรา-

พกทรงคุณา-

นุคุณประดุจรำพัน

ด้วยเดชบุญข้าอภิวันท์

พระไตรรัตน์อัน

อุดมดิเรกนิรัติศัย

จงช่วยขจัดโพยภัย

อันตรายใดใด

จงดับและกลับเสื่อมสูญ ฯ 





                                                              คำนมัสการมาตาปิตุคุณ
 อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
                                                   ข้าขอนบชนกคุณ                 ชนนีเป็นเค้ามูล
                                                   ผู้กอบนุกูลพูน                      ผดุงจวบเจริญวัย
                                                   ฟูมฟักทะนุถนอม                 บ บำราศนิราไกล
                                                   แสนยากเท่าไรไร                  บ คิดยากลำบากกาย
                                                   ตรากทนระคนทุกข์               ถนอมเลี้ยง ฤ รู้วาย
                                                   ปกป้องซึ่งอันตราย                จนได้รอดเป็นกายา
                                                   เปรียบหนักชนกคุณ               ชนนีคือภูผา
                                                   ใหญ่พื้นพสุนธรา                   ก็ บ เทียบ บ เทียมทัน
                                                    เหลือที่จะแทนทด                 จะสนองคุณานันต์
                                                    แท้บูชไนยอัน                        อุดมเลิศประเสริฐคุณ

คำนมัสการอาจริยคุณ
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
                อนึ่งข้าคำนับนอบ                                       ต่อพระครูผู้การุณย์
โอบเอื้อและเจือจุน

อนุศาสน์ทุกสิ่งสรรพ์

ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ

ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน

ชี้แจงและแบ่งปัน

ขยายอรรถให้ชัดเจน

จิตมากด้วยเมตตา

และกรุณา บ เอียงเอน

เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์

ให้ฉลาดและแหลมคม

ขจัดเขลาบรรเทาโม

หะจิตมืดที่งุนงม

กังขา ณ อารมณ์

ก็สว่างกระจ่างใจ

คุณส่วนนี้ควรนับ

ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร

ควรนึกและตรึกใน

จิตน้อมนิยมชม

คำนมัสการคุณานุคุณ

คำนมัสการคุณานุคุณ เป็นผลงานการประพันธ์ของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อยอาจารยางกูร) มีเนื้อหาว่าด้วยการน้อมรำลึกและสำนึกในคุณงามความดีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา และครูอาจารย์ โดยมีความมุ่งหมายให้ผู้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนไทย ยึดมั่นในความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณและนำแบบอย่างอันดีงามไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
๑.      ความเป็นมา
คำนมัสการคุณานุคุณที่คัดมาให้ศึกษามีเนื้อหาแบ่งออกเป็น ๕ ตอน แต่ละตอนมีที่มาจากคาถาภาษาบาลี ดังนี้
คำนมัสการพระพุทธคุณ : อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวาพุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ
-                   พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
      คำนมัสการพระธรรมคุณ :สวาก ขาโต ภะคะวะตา ธัมโมธัมมังนะมัสสามิ
      คำนมัสการพระสังฆคุณ : สุปะฏิปปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆสังฆัง นะมามิ
     คำนมัสการมาตาปิตุคุณ : มารดาทั้งสองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพเจ้าขอไหว่เท้าทั้งสองของมารดาบิดาของข้าพเจ้าด้วยความเคารพอย่างสูง
     คำนมัสการพระอาจริยคุณ ครูอาจารย์ผู้ใหญ่และผู้น้อยทั้งหลายล้วนเป็นผู้มีพระคุณอันประเสริฐยิ่ง ได้อบรมสั่งสอนให้ศิษย์มีวิชาความรู้ ได้ให้โอวาทตักเตือนด้วยเมตตาธรรม ข้าพเจ้าขอกราบไว้คุณครูอาจารย์เหล่านั้นด้วยความเคารพ
๒.    ประวัติผู้แต่ง
          พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารกูร) เป็นนักปราชญ์คนสำคัญของไทยในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รอบรู้ในวิชาภาษาไทยและได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการที่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ทั้งยังเป็นครูที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม อุทิศชีวิตเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติอีกด้วย
๓.    ลักษณะคำประพันธ์
         คำนมัสการคุณานุคุณแต่ละตอนแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทต่างๆดังนี้
         ๓.๑ อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
               อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ เป็นฉันท์ที่นำมาแต่งคำนมัสการคุณานุคุณ มาตาปิตุคุณ และอาจริยคุณ มีลักษณะบังคับ ดังแผนผังต่อไปนี้